เจาะเส้นทางความอร่อยของพิซซ่า จากแผ่นแป้งก้นครัวโบราณสู่อุตสาหกรรมล้านล้าน
อัปเดต 18/8/2569
0 ครั้ง

เวลาที่เราสั่งพิซซ่ามากินสักถาดในยามหิว เราอาจจะมองเห็นแค่แป้งนุ่มๆ อบชีสเยิ้มๆ และหน้าต่างๆ ที่โปะอยู่ด้านบน แต่รู้ไหมคะว่าเบื้องหลังความอร่อยแผ่นกลมนี้ มีเรื่องราวความเป็นมาที่ยาวนานและน่าสนใจกว่าที่เราคิดจากอดีตจนถึงปัจจุบันค่ะ
จุดเริ่มต้นจากแผ่นแป้งอิ่มท้องของคนหาเช้ากินค่ำ
ถ้าเราย้อนเวลากลับไปไกลกว่ายุคปัจจุบันมาก นานก่อนที่จะมีพิซซ่าหน้าตาแบบทุกวันนี้ บรรพบุรุษของเราในยุคอียิปต์ กรีก และโรมันโบราณ เคยทำอาหารง่ายๆ ชนิดหนึ่งขึ้นมา นั่นคือการนำแป้งสาลีมาแผ่เป็นแผ่นแบนๆ แล้วอบให้สุก ก่อนจะราดด้วยน้ำมันมะกอก โรยสมุนไพร และเครื่องเทศเท่าที่พอจะหาได้ในตอนนั้น อาหารแผ่นแป้งนี้ทำง่ายและช่วยให้อิ่มท้องได้ดี จึงกลายเป็นอาหารพื้นฐานที่คนทั่วไปพึ่งพาได้ในชีวิตประจำวัน ความเรียบง่ายนี้ทำให้มันกลายเป็นเมนูรากฐานที่มนุษยชาติรู้จักกันมาอย่างยาวนานก่อนที่คำว่าพิซซ่าจะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก
ต่อมาเมื่อกาลเวลาผ่านไป แผ่นแป้งอบนี้ก็ได้เดินทางมาถึงเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ที่นี่เองที่มันค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นพิซซ่าในแบบที่เราคุ้นเคย โดยทำหน้าที่เป็นอาหารริมทางราคาประหยัดที่ช่วยประทังชีวิตของชนชั้นแรงงานในเมืองใหญ่อย่างรวดเร็ว เพราะทั้งอิ่มท้อง ซื้อกินง่าย และราคาไม่แพงเลย คนงานที่ต้องทำงานหนักตลอดทั้งวันสามารถซื้อกินระหว่างเดินเท้าไปทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแวะนั่งร้านอาหารหรูหรา

หัวใจสำคัญและตำนานพระราชทานแห่งเนเปิลส์
วัตถุดิบชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้บนหน้าพิซซ่าอย่างมะเขือเทศ แท้จริงแล้วไม่ได้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในอิตาลีนะคะ แต่มันถูกนำข้ามมหาสมุทรมาจากทวีปอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ก่อนจะค่อยๆ ถูกนำมาผสมผสานลงบนแผ่นแป้งของชาวเนเปิลส์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แยกออกจากกันไม่ได้ การเข้ามาของมะเขือเทศช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ตัดกับแป้งอบได้อย่างลงตัว ทำให้พิซซ่าข้างทางมีความอร่อยโดดเด่นขึ้นมาทันที
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พิซซ่ายกระดับจากอาหารคนจนกลายเป็นอาหารชั้นสูงเกิดขึ้นในปี 1889 เมื่อเชฟชาวเนเปิลส์ชื่อราฟฟาเอเล เอสโปซิโต ได้รับหน้าที่ทำพิซซ่าถวายแด่สมเด็จพระราชินีมาร์เกริต์แห่งซาวอย ขณะเสด็จประพาสเมืองเนเปิลส์ เขาได้สร้างสรรค์พิซซ่าหน้าพิเศษโดยใช้มะเขือเทศสีแดง มอสซาเรลล่าชีสสีขาว และใบโหระพาเขียว ซึ่งเป็นตัวแทนสีของธงชาติอิตาลี พระราชินีทรงโปรดปรานพิซซ่าสูตรนี้มาก ทำให้มันได้รับการขนานนามว่าพิซซ่ามาร์เกริต้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้พิซซ่าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
มูลค่ามหาศาลและอุตสาหกรรมระดับโลก
เมื่อเวลาผ่านไป พิซซ่าไม่ได้เป็นแค่เมนูท้องถิ่นของอิตาลีอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกที่มีตัวเลขทางธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดระบุว่าตลาดพิซซ่าทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 282,910 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือถ้าลองคิดเป็นเงินไทยก็จะเห็นว่าเป็นตัวเลขที่สูงถึงหลักหลายล้านล้านบาทเลยทีเดียว และคาดว่าตัวเลขนี้จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีสะท้อนให้เห็นว่าความนิยมของอาหารเมนูนี้ไม่เคยเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา
ภูมิภาคที่มีบทบาทขับเคลื่อนตลาดนี้มากที่สุดคืออเมริกาเหนือ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ เบื้องหลังความสำเร็จนี้มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีความสะดวกสบายสูง มีระบบการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือที่รวดเร็วทันใจ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารจานโปรดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องเดินทางออกไปรอหน้าร้านด้วยตัวเอง ระบบขนส่งและร้านอาหารแบบบริการด่วนในภูมิภาคนี้มีความพร้อมอย่างมาก จึงผลักดันให้ตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด

พฤติกรรมความชอบของคนรักพิซซ่าทั่วโลก
หากเราเจาะลึกเข้าไปดูพฤติกรรมการกินของลูกค้าทั่วโลก จะพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความชอบในรายละเอียดของพิซซ่าแต่ละถาด เริ่มจากขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือพิซซ่าขนาด 12 นิ้ว ซึ่งครองส่วนแบ่งไปเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดทั้งหมด เพราะเป็นขนาดที่พอเหมาะสำหรับการแบ่งกันกินหลายคนหรืออิ่มกำลังดีสำหรับมื้อเดียว ไม่ว่าจะสั่งมากินคนเดียวในวันพักผ่อนหรือแบ่งปันกับครอบครัว ขนาดนี้ก็ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและความอิ่มได้พอดี
ในส่วนของเนื้อแป้ง ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งหรือประมาณ 51.5 เปอร์เซ็นต์ชื่นชอบพิซซ่าแป้งบางมากกว่าแป้งหนานุ่ม เพราะให้สัมผัสที่กรอบและไม่แน่นท้องจนเกินไป ส่วนหน้าพิซซ่ายอดฮิตอันดับหนึ่งก็คือหน้าแบบที่ไม่ใช่มังสวิรัติ โดยมีหน้าเปปเปอโรนีหรือไส้กรองหมูรสชาติเข้มข้นเป็นขวัญใจอันดับหนึ่งที่ครองส่วนแบ่งไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของหน้าพิซซ่าทั้งหมด รวมถึงครองแชมป์ยอดขายสูงสุดในตลาดพิซซ่าแช่แข็งด้วยเช่นกัน สะท้อนถึงความชอบในรสชาติเนื้อสัตว์ที่มีความเค็มและมันกำลังดีเมื่ออบเข้ากับชีส

ความสะดวกสบายที่ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่
ช่องทางหลักที่ทำให้พิซซ่าเข้าถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วคือร้านอาหารแบบบริการด่วน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า QSR ซึ่งครองสัดส่วนการตลาดสูงถึง 54.1 เปอร์เซ็นต์ ร้านค้าเหล่านี้ตอบโจทย์วิถีชีวิตเร่งรีบของคนเมืองที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ทั้งการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน การรับอาหารกลับบ้าน หรือบริการจัดส่งถึงหน้าบ้านที่ใช้เวลาไม่นาน การบริหารจัดการเวลาและการรักษาความร้อนของอาหารทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้กินพิซซ่าที่สดใหม่เสมอ
ความสำเร็จของร้านอาหารเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่รสชาติความอร่อยอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบการจัดการที่รวดเร็วและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทำให้พิซซ่ากลายเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะกินคนเดียวตอนทำงานดึก หรือสั่งมาปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฝูงในวันหยุด ความรวดเร็วในการบริการจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้ครองใจคนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

จากแผ่นแป้งอบธรรมดาๆ ในยุคโบราณที่เคยกินกันเฉพาะกลุ่มคนทำงานหาเช้ากินค่ำในอิตาลี วันนี้พิซซ่าได้เดินทางไกลจนกลายเป็นอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กลิ่นหอมๆ ของแป้งอบร้อนกับชีสยืดๆ ก็ยังคงเป็นความสุขคำโตที่ผู้คนทั่วโลกหลงรักเสมอมาค่ะ