← กลับหน้าแรก

รู้จักสุนัขขาสั้นตัวจิ๋ว เวลช์ คอร์กี้ เบื้องหลังนักต้อนวัวสู่เพื่อนรักราชวงศ์

อัปเดต 27/8/2569

0 ครั้ง

รู้จักสุนัขขาสั้นตัวจิ๋ว เวลช์ คอร์กี้ เบื้องหลังนักต้อนวัวสู่เพื่อนรักราชวงศ์

หากพูดถึงสุนัขขาสั้นหน้าตาน่ารักที่เดินดุ๊กดิ๊กไปมา เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงเจ้าก้อนขนตัวนี้อย่างแน่นอน เจ้าตูบขาสั้นตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้น แต่พวกมันยังมีเบื้องหลังความเป็นมาที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความสามารถรอบด้านที่เราอาจคาดไม่ถึง ตั้งแต่การเป็นสุนัขใช้งานในฟาร์มโบราณไปจนถึงการกุมหัวใจของผู้คนทั่วโลก รวมถึงสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษด้วยนะคะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเรื่องราวเบื้องหลังของพวกมันกันให้มากขึ้น ตั้งแต่ความหมายของชื่อ รูปร่างหน้าตา ไปจนถึงนิสัยใจคอที่ซ่อนอยู่ใต้ขนหนานุ่มฟูเหล่านี้

รากศัพท์และที่มาของชื่อสุนัขแคระ

คำว่าคอร์กี้ที่เราเรียกกันจนติดปากนี้ มาจากรากศัพท์ในภาษาเวลส์ โดยแยกออกเป็นสองคำคือคำว่า cor ที่แปลว่าคนแคระ หรือดวาร์ฟ รวมกับคำว่า ci ที่แปลว่าสุนัข ซึ่งคำว่า ci นี้มีการแปลงเสียงตามหลักภาษา ทำให้กลายเป็นคำว่า gi ในเวลาต่อมา เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายตรงตัวว่าสุนัขแคระนั่นเองค่ะ ชื่อนี้บอกเล่าลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดของพวกมันได้เป็นอย่างดี เพราะพวกมันมีลำตัวที่ยาวและมีขาที่สั้นเตี้ยกว่าสุนัขทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ในอดีตนั้นพวกมันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงนอนเล่นในบ้านเฉยๆ แต่มีหน้าที่เป็นสุนัขใช้งานในฟาร์มที่มีความสำคัญมาก หน้าที่หลักของพวกมันคือการต้อนวัว แกะ และม้าโพนี่ รวมถึงช่วยเฝ้าดูแลความเรียบร้อยภายในฟาร์ม ความที่พวกมันมีขาที่สั้นทำให้ตัวอยู่ใกล้พื้นและมีความคล่องตัวสูงมาก เวลาที่ต้องทำงานกับสัตว์ใหญ่ที่มีอันตรายอย่างวัว พวกมันจึงสามารถวิ่งหลบหลีกการดีดเตะจากวัวได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้พวกมันทำงานในฟาร์มได้อย่างราบรื่น

ความแตกต่างของสองสายพันธุ์หลัก

สุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ ถูกแบ่งออกเป็นสองสายพันธุ์หลักที่เราควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง สายพันธุ์แรกคือเพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เราคุ้นตากันมากที่สุดและมีความนิยมสูงไปทั่วโลก ลักษณะเด่นคือมีใบหูตั้งและรูปทรงโดยรวมที่ดูคล่องตัว ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นพวกมันมีหางสั้นกุด หรือบางตัวอาจถูกตัดหางตามมาตรฐานสายพันธุ์ในเวลานั้น สายพันธุ์ที่สองคือคาร์ดิแกน เวลช์ คอร์กี้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่กว่าและมีโครงสร้างกระดูกที่หนักแน่นกว่าเล็กน้อย หูของสายพันธุ์นี้จะกว้างและใหญ่กว่า รวมถึงมีหางยาวคล้ายกับสุนัขจิ้งจอกอย่างชัดเจน

ในประเทศสหรัฐอเมริกา สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขได้ทำการแยกจดทะเบียนสายพันธุ์ทั้งสองนี้ออกจากกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 เป็นต้นมา การแบ่งแยกแบบนี้ช่วยให้ผู้เลี้ยงและผู้เพาะพันธุ์สามารถรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละสายพันธุ์เอาไว้ได้ แม้ว่าทั้งคู่จะมีหน้าตาคล้ายคลึงกันในแวบแรก แต่ถ้าสังเกตที่รูปทรงหูและหาง รวมถึงโครงสร้างร่างกาย ก็จะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเพมโบรกและคาร์ดิแกนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

รูปร่างมาตรฐานและขนสองชั้นที่ต้องดูแล

เมื่อพูดถึงมาตรฐานสายพันธุ์ของเพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ ตามข้อมูลสากลแล้วพวกมันจะมีความสูงที่บริเวณหัวไหล่ประมาณ 10 ถึง 12 นิ้ว หรือเทียบเท่ากับความยาวประมาณหนึ่งไม้บรรทัดกว่าๆ เท่านั้นเอง ในส่วนของน้ำหนักตัว สำหรับตัวผู้จะถูกกำหนดไว้ว่าไม่ควรเกิน 30 ปอนด์ หรือราวๆ 13.6 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อยโดยน้ำหนักต้องไม่เกิน 28 ปอนด์ หรือประมาณ 12.7 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักและส่วนสูงเหล่านี้ช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวตามสัญชาตญาณดั้งเดิม

นอกจากรูปร่างที่กะทัดรัดแล้ว พวกมันยังมีลักษณะเด่นอีกอย่างคือขนสองชั้นที่มีความหนาแน่น ขนชั้นนอกจะช่วยปกป้องผิวหนังจากสภาพอากาศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแดดหรือฝน แต่ข้อควรระวังสำหรับคนรักสุนัขคือพวกมันมักจะมีการผลัดขนตลอดทั้งปี ดังนั้นการแปรงขนเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย เพื่อช่วยกำจัดขนที่ตายแล้วและลดการหลุดร่วงภายในบ้าน ทำให้ขนนุ่มฟูของพวกมันสะอาดและสุขภาพดีอยู่เสมอ

ความฉลาดและสัญชาตญาณนักต้อน

เรื่องความฉลาดของเจ้าตูบกลุ่มนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดาเลยนะคะ จากการจัดอันดับความฉลาดของสายพันธุ์สุนัขทำงานโดยผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 11 ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มสุนัขที่มีความฉลาดสูงและเรียนรู้คำสั่งได้อย่างรวดเร็ว พวกมันมีความตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวตลอดเวลา ทำให้การฝึกฝนทักษะต่างๆ เป็นเรื่องที่สนุกสำหรับทั้งตัวสุนัขและเจ้าเอง

แต่ความฉลาดและสัญชาตญาณดั้งเดิมนี้ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมบางอย่างที่เจ้าของต้องเข้าใจ เนื่องจากการเป็นสุนัขต้อนสัตว์ในอดีต พวกมันอาจจะมีพฤติกรรมติดตัวมา เช่น การวิ่งไล่งับข้อเท้าหรือที่เรียกว่าการต้อนคนในบ้าน รวมถึงการมีความสนใจเป็นพิเศษกับสิ่งของที่กำลังเคลื่อนไหวผ่านไปมา การเข้าใจสัญชาตญาณเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถปรับพฤติกรรมและทำความเข้าใจความต้องการของพวกมันได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับเจ้าตูบด้วย

ความผูกพันอันลึกซึ้งกับราชวงศ์อังกฤษ

ภาพจำที่ทำให้สุนัขพันธุ์นี้โด่งดังไปทั่วโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ คือความผูกพันอันยาวนานกับราชวงศ์อังกฤษ โดยเฉพาะสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ผู้ทรงมีความรักและโปรดปรานสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก พระองค์ทรงเลี้ยงดูและดูแลพวกมันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดรัชสมัย จนกลายเป็นสัญลักษณประจำพระองค์ที่ผู้คนทั่วโลกต่างจดจำได้ขึ้นใจ

จุดเริ่มต้นของความผูกพันนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2476 เมื่อพระราชบิดาของพระองค์ หรือคิงจอร์จที่ 6 ในขณะที่ยังทรงเป็นดยุกแห่งยอร์ก ได้รับสุนัขคอร์กี้ตัวแรกมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้ว่าเจ้าดุ๊กกี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมาสายใยระหว่างราชวงศ์กับเจ้าตูบขาสั้นก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีบันทึกระบุว่าพระองค์ทรงเลี้ยงสุนัขคอร์กี้รวมกันมากกว่า 30 ตัวตลอดช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์ ภาพของสุนัขขาสั้นที่วิ่งตามเสด็จไปในสถานที่ต่างๆ จึงกลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

การได้ทำความรู้จักกับเรื่องราวของเวลช์ คอร์กี้ ตั้งแต่ยุคที่พวกมันยังวิ่งไล่ต้อนวัวอยู่ในฟาร์ม จนมาถึงการก้าวขึ้นมาเป็นสุนัขทรงเลี้ยงสุดโปรดของพระราชินี ทำให้เราเห็นว่าเจ้าก้อนขนขาสั้นตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเท่านั้น แต่พวกมันยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความฉลาด และเสน่ห์เฉพาะตัวที่มัดใจคนรักสัตว์ทั่วโลกได้อย่างอยู่หมัดเลยนะคะ

รู้จักสุนัขขาสั้นตัวจิ๋ว เวลช์ คอร์กี้ เบื้องหลังนักต้อนวัวสู่เพื่อนรักราชวงศ์ — yerjung