← กลับหน้าแรก

ถอดรหัสมีมไวรัล 67 ทำไมเด็กๆ ทั่วโลกถึงฮิตพูดคำนี้กันนัก

อัปเดต 11/8/2569

0 ครั้ง

ถอดรหัสมีมไวรัล 67 ทำไมเด็กๆ ทั่วโลกถึงฮิตพูดคำนี้กันนัก

เวลาที่เราเดินไปไหนมาไหนแล้วได้ยินเด็กๆ พูดคำว่า หกเจ็ด ใส่กันพร้อมทำหน้าตากวนประสาท เราอาจจะเผลอคิดไปว่าพวกเขากำลังนับเลขอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะ แต่ความจริงแล้วคำนี้ไม่ได้แปลว่าหกสิบเจ็ดในทางคณิตศาสตร์เลยแม้แต่น้อย แต่มันคือคำว่า ซิกซ์-เซเว่น ที่กลายเป็นกระแสไวรัลโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์จากพฤติกรรมความชอบความตลกแบบไร้เหตุผลของคนรุ่นใหม่ วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจที่มาที่ไปของคำนี้กัน ว่าทำไมคำสแลงสั้นๆ คำนี้ถึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่คนพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองได้ค่ะ

จุดเริ่มต้นจากเพลงแรปและสนามบาสเกตบอล

จุดกำเนิดของคำนี้ไม่ได้มาจากห้องเรียนหรือตำราวิชาการที่ไหนห่างไกลเลยค่ะ แต่มันเริ่มต้นมาจากวงการเพลงแรปใต้ดิน โดยมีแรปเปอร์ชาวอเมริกันที่ชื่อว่า Skrilla ได้ปล่อยเพลงแนวฮิปฮอปจังหวะหนักหน่วงที่เรียกว่าเพลงแนว drill rap ออกมา เพลงแนวนี้มักจะมีดนตรีสังเคราะห์ที่ดุดันและจังหวะกระแทกกระทั้น ในเพลงนั้นมีท่อนฮุกติดหูที่ร้องคำว่า ซิกซ์-เซเว่น ซ้ำๆ วนไปวนมาเหมือนเป็นการย้ำคำเพื่อสร้างจังหวะให้คนฟังโยกตาม จนกระทั่งกลุ่มคนฟังเพลงเริ่มจำท่อนนี้ติดปากและนำมาพูดคุยกันในคอมมูนิตี้ออนไลน์

ต่อมาท่อนร้องเพลงนี้ก็ถูกคนนำไปตัดต่อใส่ลงในคลิปวิดีโอสั้นเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล บนแพลตฟอร์มที่มีการแชร์คลิปไฮไลต์การแข่งขันกันอย่างคึกคัก คลิปเหล่านั้นมีการพูดถึงนักกีฬาบาสเกตบอลชื่อดังอย่าง ลาเมลโล บอล หรือ LaMelo Ball ซึ่งนักบาสเกตบอลคนนี้มีความโดดเด่นเรื่องรูปร่างและมีความสูงถึง 6 ฟุต 7 นิ้ว หรือถ้าคิดเป็นความสูงในหน่วยเมตรตามระบบที่เราคุ้นเคย จะได้ความสูงประมาณสองเมตรพอดี ซึ่งถือว่าเป็นความสูงที่มากกว่าคนปกติทั่วไปค่อนข้างมาก ความบังเอิญของตัวเลขส่วนสูงนี้ทำให้ชาวเน็ตหยิบเอาคำร้องในเพลงสแลงมาเชื่อมโยงเข้ากับตัวนักกีฬา จนกลายเป็นมุกตลกที่ถูกแชร์ต่อกันเป็นวงกว้างในกลุ่มคนที่ชอบดูคลิпаกีฬาบนโลกอินเทอร์เน็ต

เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่างติ๊กต็อกและอินสตาแกรมรีลส์ ความนิยมก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกว่าฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว คลิปเหล่านี้อาศัยระบบอัลกอริทึมที่ช่วยกระจายคอนเทนต์ไปยังผู้ใช้งานนับล้านคนในเวลาเพียงไม่กี่วัน จนกระทั่งมีเด็กในคลิปวิดีโอคนหนึ่งกลายเป็นที่รู้จักในนามของเด็กชายหกเจ็ด หรือที่ชาวเน็ตเรียกกันติดปากว่าเด็กหกเจ็ด ซึ่งตัวละครเด็กคนนี้ก็ยิ่งช่วยตอกย้ำให้คำว่าซิกซ์-เซเว่นกลายเป็นที่จดจำและระเบิดความดังออกไปสู่นักท่องอินเทอร์เน็ตทั่วทุกมุมโลกในเวลาอันรวดเร็ว

ท่าทางกวนประสาทและเอกลักษณ์ที่ไม่มีเหตุผล

เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของคำว่าซิกซ์-เซเว่นนี้ไม่ใช่แค่ตัวเสียงพูดเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่ยังมาพร้อมกับท่าทางประกอบร่างกายที่ใครเห็นก็ต้องจำได้ทันที นั่นคือการหงายฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นระดับอก แล้วขยับมือสลับขึ้นลงไปมาในลักษณะคล้ายกับการกำลังชั่งน้ำหนักของบางอย่างอยู่บนมือ พร้อมกับพูดคำว่าซิกซ์-เซเว่นใส่เพื่อนฝูงด้วยน้ำเสียงกวนๆ โดยที่พฤติกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมารองรับเลยทั้งสิ้น การทำท่าทางประกอบแบบนี้ช่วยเพิ่มความตลกขบขันและทำให้การสื่อสารมีชีวิตชีวามากขึ้นในกลุ่มเพื่อน

ในมุมมองของเด็กๆ แล้ว หัวใจหลักของคำนี้คือความไร้สาระแบบสมบูรณ์แบบค่ะ มันถูกใช้เป็นคำตอบกวนๆ สำหรับตอบคำถามทุกประเภทบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะมีใครถามอะไรที่จริงจังแค่ไหน พวกเขาก็บสามารถตอบกลับมาด้วยคำนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ยุ่งยาก หรือบางครั้งก็ใช้เป็นรหัสลับร่วมกันในกลุ่มเพื่อนคนที่อยู่ในกระแสมุกตลกเดียวกัน เพื่อสร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานในกลุ่มก้อน โดยไม่ต้องสนใจเลยว่าคำพูดนั้นจะสื่อความหมายอะไรในทางภาษาศาสตร์จริงๆ หรือไม่ เพราะเป้าหมายสูงสุดของมันคือการสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและการได้กวนประสาทคนรอบข้าง

เมื่อความไร้สาระกลายเป็นภาวะสมองเนือยในโลกดิจิทัล

พฤติกรรมการพูดคำเดิมซ้ำๆ โดยที่ไม่มีความหมายชัดเจนแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นในโลกออนไลน์นะคะ แต่นักวิชาการด้านวัฒนธรรมดิจิทัลและชาวเน็ตมีคำศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกพฤติกรรมลักษณะนี้ว่า เบรนรอต หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ได้ว่าภาวะสมองเนือยจากการเสพคอนเทนต์บนหน้าจอโทรศัพท์มากจนเกินพอดีจนติดเป็นนิสัย คำนี้สะท้อนถึงพฤติกรรมของคนที่ใช้เวลาอยู่กับสื่อดิจิทัลนานเกินไปจนรับเอาคำพูดหรือมุกตลกซ้ำๆ เข้ามาครอบงำความคิดในชีวิตประจำวัน

ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กๆ หรือผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตใช้เวลาดูคลิปวิดีโอสั้นวนซ้ำไปซ้ำมาวันละหลายชั่วโมง จนสมองซึมซับเอาคำพูด ท่าทาง และมุกตลกที่ไม่มีสาระเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันโดยอัตโนมัติ และนำเอาออกมาพูดเล่นกับคนรอบข้างในชีวิตจริงแบบไม่รู้ตัว ความซ้ำซากจำเจของคอนเทนต์เหล่านี้ทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มที่คนรุ่นก่อนอาจจะรู้สึกตามไม่ทันและตั้งคำถามว่ามันคืออะไร แต่สำหรับเด็กๆ แล้วนี่คือพื้นที่ในการสร้างคอมมูนิตี้และความเข้าใจร่วมกันผ่านเสียงหัวเราะและการแชร์ประสบการณ์ดิจิทัลแบบเดียวกัน

คำแห่งปีที่สะท้อนวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่

ความฮิตของคำว่าหกเจ็ดนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเว็บไซต์พจนานุกรมภาษาอังกฤษชื่อดังอย่าง Dictionary.com ได้ประกาศยกให้คำนี้เป็นคำแห่งปีสองพันยี่สิบห้าอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเน้นย้ำด้วยว่าเวลาออกเสียงจะต้องอ่านว่าซิกซ์-เซเว่นเท่านั้น ห้ามอ่านออกเสียงเป็นคำว่าซิกซ์ตี้-เซเว่นเด็ดขาด เพื่อให้ถูกต้องตามต้นฉบับของมีมระดับโลกนี้ การประกาศนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันทางภาษาก็เริ่มให้ความสนใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลงของภาษาที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่บนโลกออนไลน์

การที่คำศัพท์ที่ไม่มีความหมายทางพจนานุกรมถูกยกระดับให้กลายเป็นคำแห่งปีได้นั้น เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีเลยค่ะว่าพลังของอินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมป๊อปในยุคปัจจุบันสามารถขับเคลื่อนสังคมได้อย่างไร การปรากฏขึ้นของคำนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระผ่านไปแล้วก็หายไป แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าวัยรุ่นยุคนี้ให้ความสำคัญกับความตลกขบขันและการสร้างความสัมพันธ์ผ่านความกวนประสาท มากกว่าการสื่อสารด้วยถ้อยคำที่มีความหมายตรงไปตรงมาแบบคนรุ่นก่อนๆ การเล่นคำแบบนี้จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

ดังนั้น ถ้าหากว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราบังเอิญไปเห็นเด็กๆ หรือใครก็ตามทำท่าทางชั่งน้ำหนักมือพร้อมกับเอ่ยปากพูดคำว่าซิกซ์-เซเว่นขึ้นมา ก็ขอให้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้กำลังทำนายตัวเลขอะไรหรือสติหลุดไปไหนไกลนะคะ แต่พวกเขากำลังสนุกสนานไปกับกระแสมีมระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันด้วยเสียงหัวเราะและความไร้สาระอันน่ารักในแบบฉบับของโลกยุคดิจิทัลนั่นเองค่ะ